วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเตรียมจัดงาน "Open Books Open Houses Open Hearts"

ภาพประกอบเพิ่มเติม...
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2558 เวลา 11.00-12.00 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะกรรมการศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเทศบาลนครยะลา จัดประชุมร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมสภา เพื่อร่วมปรึกษาหารือเตรียมจัดงานพัฒนาด้านการศึกษาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ งาน  "Open Books Open Houses Open Hearts: เปิดโลกความรู้สู่ใจคนชายแดนใต้"  ในต้นปี 2559 คือ ระหว่างวันที่ 26-30 มกราคม 2559 ณ บริเวณหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
   ผลจากการประชุมคณะกรรมการระหว่างเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ ทั้งในและนอกพื้นที่ ได้แก่ ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จังหวัดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เทศบาลนครยะลา สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอีกหลายหน่วยงาน มีมติลงความเห็นร่วมกันว่าจะร่วมเป็นเครือข่ายจัดงาน  "Open Books Open Houses Open Hearts: เปิดโลกความรู้สู่ใจคนชายแดนใต้" ขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 มกราคม 2559 ณ บริเวณหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
    สำหรับมีวัตถุประสงค์ของการเตรียมการจัดงานครั้งนี้ที่สำคัญ คือเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ ตำรา เอกสารสิ่งพิมพ์ ความก้าวหน้าทางวิชาการ  เพื่อกระตุ้นความสนใจและสร้างนิสัยรักการอ่าน สร้างความสนใจการศึกษาต่อในหลักสูตรต่างๆ ระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา หลักสูตรอาชีพระยะสั้น  เปิดเวทีการแสดงออกด้านการแข่งขันวิชาการ การส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่ ที่สำคัญเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่สำคัญที่สุดก็คือเพื่อรวมพลังเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ในและนอกพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่อย่างยิ่งใหญ่ ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
   ในส่วนของกิจกรรมสำคัญที่จัดในงาน "Open Books Open Houses Open Hearts: เปิดโลกความรู้สู่ใจคนชายแดนใต้" ครั้งนี้ในเบื้องต้น (แนวคิด) ได้แก่
  • กิจกรรมมหกรรมวิชาการและตลาดนัดหลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย
  1. นิทรรศการประชาสัมพันธ์และแสดงผลงานของหลักสูตรต่างๆ ที่เปิดสอนทั้งระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาภาคเอกชน ทั้งในและนอกพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จำนวนกว่า 200 บูธ
  2. การแข่งขันทางวิชาการทุกระดับ ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ได้แก่ การแข่งขันการโต้วาที การกล่าวสุนทรพจน์ การเล่านิทานสามภาษา การแสดง Science Show การแข่งขันตอบปัญหา
  3. การส่งเสริมรักการอ่าน เป็นกิจกรรมส่งเสริมเยาวชนรักการอ่านจากศูนย์บรรณสารสนเทศ และ TK Park  
  4. กิจกรรมเสวนา/บรรยายแนะแนวการศึกษาต่อ
  • กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม
  1. การแข่งขันวงดนตรีลูกทุ่งและวงดนตรีสากล
  2. การประกวด "ชายแดนใต้ Got Talent" 
  3. การแสดงบนเวทีอื่นๆ เช่น  การแสดงศิลปะพื้นบ้าน การแสดงดนตรีพื้นบ้าน  หรืออื่นๆ
  4. การร่วมกิจกรรมกับผู้มีชื่อเสียง เช่น ดารานักเขียน  นักร้องนักเขียน นักดนตรีนักเขียน หรือนักพูดที่มีชื่อเสียง เป็นต้น  
  5. การออกร้านของดีสามจังหวัดชายแดนใต้ 
  • กิจกรรม Books Fair  
  1. การแสดงบูธนิทรรศการศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยราชภัฏและที่เกี่ยวข้อง
  2. การออกร้านจำหน่ายหนังสือกว่า 30,000 เล่ม จากสำนักพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศ
  3. ร้านขายสินค้าเครื่องเขียน ของที่ระลึกทันสมัย
      สำหรับเป้าหมายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมงานในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชน รวมทั้งบุคลากรภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน นับเป็นมหกรรมด้านการส่งเสริมการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ในต้นปีหน้าอีกครั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ สำหรับความคืบหน้าของการจัดงาน จะได้นำเสนอให้ทราบในโอกาสต่อไป

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

คณะผู้บริหาร มรย.และผู้บริหารระดับกลาง ระดับปฏิบัติการร่วมอบรมปฏิบัติการ "พัฒนาสมรรถนะหลักองค์กร"

"จุดเริ่มต้นการปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปสู่ "มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้"


ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2558 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และผู้บริหารหน่วยงานระดับกลาง ระดับปฏิบัติการ พร้อมบุคลากรงานการเจ้าหน้าที่ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี กว่า 70 คน ร่วมประชุมปฏิบัติการพัฒนาสมรรถนะจำเป็นขององค์กร (Core Competency) โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ธนิตสรณ์ จิระพรชัย รองอธิการบดีฝ่ายแผนและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  (http://www.kmutt.ac.th) ซึ่งมีแนวปฏิบัติที่ดีในการปรับเปลี่ยนองค์กรโดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ จนกระทั่งพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากท่านอธิการบดี ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์  เป็นประธานในพิธีเปิดและให้โอวาทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กร
    สำหรับแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้ผู้เข้าอบรมได้รับจากการอบรมครั้งนี้ที่สำคัญ คือ แนวคิดในการพัฒนาองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์องค์กร โดยความร่วมมือของทุกคนในองค์กร คือ การพัฒนา มรย.ของเราให้ก้าวเป็น มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ (The WISDOM Bank University) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยเน้นถึงการกำหนดและทำความเข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กรร่วมกันอย่างชัดเจน กำหนดสมรรถนะหลักขององค์กร สร้างค่านิยมองค์กรร่วมขององค์กร ให้สามารถส่งเสริมในการก้าวไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ สำคัญที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนวิธีคิดของคนในองค์กร เน้นสร้างความรักความผูกพัน มององค์กรเป็นสำคัญ ทุกคนทำงานหนักและพัฒนางานให้มีคุณภาพเพื่อองค์กร จัดระบบพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมีทิศทางชัดเจน รวมทั้งการจัดทำแผนกลยุทธ์องค์กรระยะยาว เช่น 15 ปี  และต้องดำเนินการตามแผนฯ อย่างต่อเนื่อง



ผลจากการประชุมปฏิบัติการ ได้กำหนดสมรรถนะหลัก (Core Competency) ที่จะส่งเสริมให้วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ก้าวไปสู่ "มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้" ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ

1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation)
2. การบริการที่ดี (Service Mind)
3. การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงาน (Expertise)
4. การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม (Intergrity)
5. การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
หรืออาจเขียนให้คล้องจอง สามารถจำได้ง่าย เป็นแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะหลักของตนเองให้สอดคล้องกับสมรรถนะหลักของ "มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา" ดังนี้

"มุ่งผลสัมฤทธิ์  จิตบริการที่ดี  มีความเชี่ยวชาญในงาน เน้นการทำงานเป็นทีม ที่ยึดมั่นความชอบธรรมและจริยธรรม"

   ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ ก็จะนำสมรรถนะหลัก 5 ด้าน ข้างต้น ไปขับเคลื่อนพัฒนาบุคลากรให้เกิดแก่บุคลากรทุกท่าน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลง มรย. ของเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

ข้อมูลและภาพเพิ่มเติมจากไทยนิวส์: 
http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/TNSOC5808310010036

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มรย.เร่งส่งเสริมคณาจารย์และนักศึกษาเน้นเรียนรู้โดยใช้ไอซีทีเสริมทักษะศตวรรษที่ 21

ภาพและรายละเอียดเพิ่มเติม...
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เร่งส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้แก่คณาจารย์ นักศึกษา รวมทั้งบุคลากร ให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการใช้ไอซีทีสนับสนุนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะสื่อ เทคโนโลยี โดยศูนย์อีเลิร์นนิ่งและนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยไอซีที (http://elearning.yru.ac.th/center) งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (Information Technology for Education: ITE) สำนักวิทยบริการฯ เร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมสร้างเจตคติ ให้ความรู้และเพิ่มทักษะทั้งคณาจารย์และนักศึกษา มีกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้วดังนี้
  • วันที่ 26 สิงหาคม 2558 จัดกิจกรรม "กิจกรรมประกวด Google Ambassador" ส่งเสริมและสร้างต้นแบบนักศึกษา มรย. เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาตนเองเพื่อการเรียนรู้โดยใช้ Google App for Education สำหรับการเรียนรู้และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจัด ณ ลานไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ (ICT Learning Space) ชั้น 2 อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักวิทยบริการ ซึ่ง มรย.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (MoU) ใช้ Google App for Education พัฒนาทักษะการเรียนรู้ทั้งของบุคลากรและนักศึกษา
  • วันที่ 17-18 สิงหาคม 2558 จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้แก่คณาจารย์และนักศึกษา เรื่อง การใช้ไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21  ณ ห้องปฏิบัติการอาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านไอซีทีเพื่อการศึกษา รศ.ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีเทคนิคศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  
  • วันที่  10-11 สิงหาคม 2558 จัดกิจกรรมอบรมปฏิบัติการอาจารย์ผู้สอนกลุ่มใหม่ เรื่อง การจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาทักษะผู้สอนให้ใช้อีเลิร์นนิ่งและ Google App for Education จัดการเรียนรู้ในลักษณะ Cloud Classroom มีเป้าหมายอาจารย์ร้อยละ 80 มีรายวิชาในระบบอีเลิร์นนิ่งในปี พ.ศ. 2559
  • วันที่ 7-8 สิงหาคม  2558  จัดกิจกรรมการพัฒนา Google Ambassadors ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 25-301 ชั้น 3 อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม สิงหาคม 2558 โดยมี ดร.ศิริชัย นามบุรี รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวต้อนรับนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม
นอกจากนั้น  มรย. ยังได้เตรียมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้อาจารย์ผู้สอนและผู้เรียน มีอัตลักษณ์ "เก่งไอที" เพื่อใช้เป็นทักษะในการเรียนรู้และการประกอบอาชีพในอนาคต  โดยเตรียมโครงการสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ไว้หลายโครงการและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
  • โครงการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูงให้อาจารย์ผู้สอน รับผิดชอบโดย ศูนย์อีเลิร์นนิ่งและนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยไอซีที (http://elearning.yru.ac.th/center) งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
  • โครงการพัฒนาอัตลักษณ์เก่งไอทีและการทดสอบมาตรฐานด้านไอที รับผิดชอบโดยศูนย์อีเลิร์นนิ่งและนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยไอซีที (http://elearning.yru.ac.th/center) งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ร่วมกับ งานมาตรฐานการศึกษา กองบริการการศึกษา
  • โครงการฝึกอบรมและพัฒนาอัตลักษณ์ภาษามลายูกลางออนไลน์ รับผิดชอบโดยศูนย์ภาษาและอาเซียนศึกษา ร่วมกับ งานมาตรฐานการศึกษา กองบริการการศึกษา
  • โครงการอบรมและสอบวัดมาตรฐานภาษาอังกฤษผ่านระบบออนไลน์ รับผิดชอบโดยศูนย์ภาษาและอาเซียนศึกษา ร่วมกับ งานมาตรฐานการศึกษา กองบริการการศึกษา
  • โครงการอบรมและสอบวัดมาตรฐานความรู้สู่อาเซียนออนไลน์ รับผิดชอบโดยศูนย์ภาษาและอาเซียนศึกษา ร่วมกับ งานมาตรฐานการศึกษา กองบริการการศึกษา
  • โครงการพัฒนาระบบเรียนและทดสอบออนไลน์ รายวิชาพื้นฐาน รับผิดชอบโดยกองบริการการศึกษา ร่วมกับคณะกรรมการวิชาพื้นฐาน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ ศูนย์อีเลิร์นนิ่งและนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยไอซีที (http://elearning.yru.ac.th/center) งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
    จากโครงการเหล่านี้ข้างต้น ล้วนเป็นโครงการที่ส่งเสริมและเน้นการปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยฯ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเก่งไอที มีทักษะในการเรียนรู้ การประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนออกสู่ตลาดแรงงานในระดับอาเซียนต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตามวิสัยทัศน์อธิการบดี ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ ที่เน้นการใช้ไอซีทีเพื่อการบริหารจัดการองค์กรและการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการใช้ไอซีทีและภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และภาษามลายู


วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การพัฒนาระบบ e-HR : นโยบายการพัฒนา มรย.ให้เป็น e-WISDOM Bank University

นโยบายนำระบบสารสนเทศมาใช้พัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของการบริหารจัดการองค์กร นับเป็นนโยบายเร่งด่วนของ มรย. โดยเฉพาะ ระบบสารสนเทศจัดการทรัพยากรมนุษย์ (e-HR) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึงนับว่ามีความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ที่เป็นระบบที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการองค์กรมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาให้เป็น e-WISDOM University ได้อย่างชัดเจน
    มหาวิทยาลัยฯ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันวางแผนในการปรับปรุงและพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อจัดการทรัพยากรมนุษย์ (บุคลากร) โดยร่วมกันระหว่างทีมงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร สำนักวิทยบริการฯ และทีมงานงานการเจ้าหน้าที่ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี โดยได้จัดประชุมวางแผนการขับปรับปรุงระบบ e-HR ดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558  ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 20  ทั้งนี้ ระบบ e-HR ได้มีการขับเคลื่อนให้ใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์ ทันสมัย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ผ่านทางเว็บไซต์ด้วยอุปกรณ์ Smart Phone และสามารถตอบสนองความต้องการสารสนเทศด้านบุคลากรที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งขององค์กรและของผู้บริหาร จึงต้องเร่งปรับปรุงระบบให้สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าว รวมถึงการให้บริการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ ในการตรวจสอบข้อมูลแฟ้มประวัติส่วนบุคคลของตนเองผ่านทางออนไลน์ได้โดยสะดวก




ซึ่งเป้าหมายในการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลของ มรย. มีโครงสร้างฐานข้อมูลและแนวคิดการพัฒนาระบบสารสนเทศดังแผนภาพต่อไปนี้





วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มรย. ประชุมปฏิบัติการทบทวน/ปรับแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 และจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

ภาพประกอบเพิ่มเติม...
    คณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นำโดย ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดี ร่วมประชุมปฏิบัติการทบทวน/ปรับแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 และเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2558 ณ ห้องประชุมสภา (อาคาร 20 ชั้น 2) ซึ่งดำเนินการโดย กองนโยบายและแผน สำนักงานอธิการบดี (http://president.yru.ac.th/plan) โดยผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน คุณทวีวรรณ ทองนวล และบุคลากรเป็นคณะทำงานหลัก
     กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินและทบทวนผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2558 และเตรียมการพัฒนาแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พ.ศ. 2555-2559 (http://president.yru.ac.th/plan/contents.php?menu_id=5) ที่จะต้องดำเนินการประเมินความสำเร็จของแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวในปีหน้า ทั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลและสารสนเทศที่ได้ สำหรับเตรียมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พ.ศ. 2560-2564 เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาองค์กรให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามาเป็น "คลังปัญญาแห่งชายแดนใต้" หรือ The WISDOM Bank University มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมาอย่างชัดเจนต่อไป รวมทั้งเป้าหมายของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยฯ ให้เป็นที่พึ่งของชุมชนตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยฯ คือ "สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น"

      สำหรับผลการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ ผู้บริหารทุกระดับของ มรย. ที่เข้าร่วมประชุมจะได้นำผลที่ได้ ทั้งกรอบแนวคิด ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ยุทธศาสตร์ (ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาองค์กร และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาเข้าสู่ประชาคมอาเซียน) เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย โดยเฉพาะกรอบของโครงการ/กิจกรรมที่ปรับให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ไปขับเคลื่อนให้ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้แต่ละประเด็นยุทธศาสตร์บรรลุผลตามแผนยุทธศาสตร์ต่อไป โดยจะได้นำไปถ่ายทอดไปยังหน่วยปฏิบัติในองค์กรต่อไป



วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

การขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างหอพักนักศึกษา มรย. ส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและความสันติสุขในพื้นที่

วันพุธที่ 7 มกราคม 2558 คณะกรรมการตรวจรับแบบอาคารหอพักนักศึกษา เพื่อใช้แบบแปลนและงบประมาณเป็นข้อมูลประกอบเสนอของบประมาณแผ่นดินเพื่อก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษาบริเวณพื้นที่บ้านพักข้าราชการเดิม (ตรงข้ามกับสถาบันการพลศึกษายะลา ด้านนอกรั้ว) เพื่อให้เป็นหอพักที่ทันสมัย รองรับนักศึกษาจำนวนประมาณ 2,000 คน สำหรับสนับสนุนการผลิตบัณฑิตคุณภาพอย่างครบวงจร ทั้งสถานที่เรียน ที่พักอาศัย การใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านบริการของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เป็นโครงการเด่นในวิสัยทัศน์ของอธิการบดี ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ และคณะผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว
      เดิมมหาวิทยาลัยฯ มีหอพักนักศึกษาขนาดเล็กอยู่ภายในมหาวิทยาลัยฯ จำนวนเพียง 3 หลัง สามารถรองรับนักศึกษาได้เพียง 100-150 คนเท่านั้น ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพแก่นักศึกษา โครงการเสนอขอก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษาดังกล่าวจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
   การดำเนินการในขณะนี้ มหาวิทยาลัยฯ กำลังดำเนินการยื่นแบบก่อสร้างอาคารหอพัก พร้อมเสนอของบประมาณแผ่นดินสนับสนุนโครงการก่อสร้างหอพักดังกล่าวในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ซึ่งควบคุมและกำกับโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์อับดุลรอซะ วรรณอาลี รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน  ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโครงการนี้ ก็จะเป็นการสร้างศักยภาพในการผลิตบัณฑิตของ มรย. โดยเฉพาะบัณฑิตในสาขาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) ซึ่งเมื่อบัณฑิตสำเร็จการศึกษาออกไปแล้ว ก็จะประกอบอาชีพเป็นครูผู้สอนที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการสอนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ผลการพัฒนาในโครงการนี้จะทำให้การศึกษาในพื้นที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานและยั่งยืน สร้างสันติสุขในพื้นที่ต่อไป







วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

จัดกิจกรรมฉันท์พี่น้อง: "สังสรรค์ มรย. บานฉ่ำ สุขหรรษา" ประจำปี 2558

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จัดกิจกรรมสวัสดีปีใหม่ 2558 ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรที่ได้จัดขึ้นทุกปี โดยปี 2558 นี้ กำหนดกรอบแนวคิดการจัดงานภายใต้หัวข้อ "สังสรรค์ มรย. บานฉ่ำ สุขหรรษา" โดยจัดขึ้นในวันพุธที่ 7 มกราคม 2558 เวลา 18.00-22.00 น. ณ หอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยช่วงเช้าจัดให้มีพิธีทางพุทธศาสนา ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ หลังจากนั้นพี่น้อง ชาว มรย. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ณ ศูนย์เผยแพร่พุทธศาสนา ชั้น 4 อาคารกิจการนักศึกษา (Student Union) ซึ่งมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก
    สำหรับในช่วงภาคกลางคืน มีกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิดการอยู่ร่วมกันในองค์กรอย่าง "ฉันท์พี่น้อง" ท่ามกลางพหุวัฒนธรรมของอธิการบดี ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ โดยมีกิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกัน การแสดงส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยจากส่วนราชการภายในทั้ง 7 ส่วนราชการ รวมทั้งกิจกรรมการจับรางวัลของขวัญ การแจกทองคำมีมูลค่าจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นโบนัสและเป็นสินน้ำใจจากคณะผู้บริหารทุกระดับ ทั้งผู้บริหารสูงของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ท่านอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการ สนอ. คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการกองและหัวหน้างาน ของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ที่ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจ และส่งเสริมให้เกิดความรักใคร่สามัคคีในองค์กร ร่วมกันพัฒนา มรย. ให้เป็น "องค์กรแห่งความสุข" ของพี่น้องชาว มรย. หรือลูก "จันทน์กะพ้อ" ทุกคนต่อไป


...


มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเร่งพัฒนา "ห้องเรียนน่าเรียน" สนับสนุนคุณภาพการผลิตบัณฑิต

โครงการ "ห้องเรียนน่าเรียน" นับว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนสำหรับการพัฒนาด้านคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ต้องการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2557 (ปีงบประมาณ 2558) คือ การเร่งการพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้เป็น "ห้องเรียนน่าเรียน" หรือ "ห้องเรียนมาตรฐาน" ซึ่งนโยบายดังกล่าว เป็นไปตามวิสัยทัศน์อธิการบดี ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มีแนวคิดต้องการปรับปรุงห้องเรียนสำหรับการบรรยายหรือภาคทฤษฎีทั้งหมดในทุกอาคารเรียน ให้มีสภาพแวดล้อมเป็นห้องเรียนที่มีอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์และอุปกรณ์สนับสนุนการเรียนที่มีคุณภาพ สร้างความสะดวกสบายสำหรับผู้สอนและผู้เรียน มีโสตทัศนูปกรณ์ที่ทันสมัยครบถ้วนสำหรับจัดการเรียนการสอน ได้แก่ ระบบเสียง ระบบภาพ โปรเจคเตอร์และจอภาพ รวมทั้งการติดตั้งเครื่องปรับอากาศห้องเรียนทุกห้อง ระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย โต๊ะ เก้าอี้ พร้อมเตรียมการการติดตั้งระบบคีย์การ์ด (Key Card) สำหรับการควบคุมการปิด-เปิดระบบไฟฟ้าทุกห้องเรียน ทั้งนี้ เป็นมาตรการประหยัดพลังงานและการสนับสนุนมาตรการลดภาวะโลกร้อนตามนโยบาย Green University ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่ง นับเป็นนโยบายสำคัญอีกประการหนึ่งของมหาวิทยาลัย
    สำหรับนโยบายดังกล่าวก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยซึ่งในปัจจุบันของมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาเกือบ 8,000 คน และรองรับการขยายจำนวนการรับนักศึกษาถึง 10,000 คน ในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้า  ที่สำคัญเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในการเรียนการสอน เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการเรียนรู้ของนักศึกษา  ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีเป้าหมายดำเนินการปรับปรุงห้องเรียนทุกห้องทุกคณะให้เสร็จสิ้นในปีงบประมาณ 2558 นี้ และหลังจากทดลองใช้ห้องเรียนมาตรฐานในระยะหนึ่ง ก็จะมีกระบวนการติดตามประเมินความพึงพอใจในการใช้งานและการให้บริการของบุคลากรสายสนับสนุนที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงระบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและเป็นมาตรฐานต่อไป